Home  |  FAQs  |  Send Enquiries ค้นหา      Shopping cart  .  English version  

Return to Home Page

Location: Resource Center \ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกีฬาเทนนิส \ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรองเท้า

 Up..
 เลือกรองเท้าใส่เล่นกีฬา

เชื่อว่าคนที่รักเล่นกีฬาจำนวนมากมีปัญหากับการเลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสมสำหรับการเล่นกีฬาแต่ละชนิด สัปดาห์นี้ผมจึงขอแนะนำการเลือกรองเท้าใส่เล่นกีฬาดังนี้ครับ

รองเท้าที่สวมใส่สำหรับเล่นกีฬาหรือวิ่งมีความสำคัญมาก ที่จะป้องกันและรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือวิ่ง ก่อนที่จะไปถึงการเลือกรองเท้าที่สวมใส่สำหรับเล่นกีฬา ขอให้นึกถึงว่าเราเป็นคนไทย รูปเท้า ฝ่าเท้าของเราอาจไม่เหมือนชาวต่างชาติ ดังนั้น รองเท้าจากต่างประเทศอาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะสำหรับเราก็ได้

จากผลงานวิจัยฝ่าเท้าของคนไทย 2,000 เท้า และนักกีฬาไทยทุกระดับความสามารถ (นักเรียน อุดมศึกษา ทีมชาติ) 2,428 เท้า โดยข้าพเจ้า ศาสตราจารย์นายแพทย์สิทธิ์ เตชะกัมพุ และ อาจารย์นที ดอนโพธิ์งาม พบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกรองเท้าสำหรับสวมใส่ดังนี้

1.  เกี่ยวกับส่วนนำของเท้าซึ่งได้แก่ หัวแม่เท้าหรือนิ้วชี้นั้น ผลของการวิจัยบอกได้ว่าพวกที่มีหัวแม่เท้าเป็นส่วนนำมีประมาณ 40-50% พวกที่มีนิ้วชี้เป็นส่วนนำมีประมาณ 40-50% และพวกที่มีทั้งหัวแม่เท้า และนิ้วชี้เป็นส่วนนำ (เท่ากัน) มีประมาณ 10-15% ประโยชน์ที่น่าจะได้จากผลการวิจัยนี้ได้แก่ การออกแบบรองเท้าควรให้มีส่วนนำของรองเท้าค่อนมาทางด้านหัวแม่เท้ามากกว่าที่จะอยู่กลาง ๆ เพราะจะทำให้เกิดการบีบเบนหัวแม่เท้าไปทางด้านนิ้วก้อย ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อนิ้วเท้าหรือเกิดการเสื่อมของข้อต่อนิ้วเท้าได้

2.  ความยาวของเท้าเป็นประมาณหนึ่งในเจ็ดเท่าของความสูงของบุคคลนั้น กล่าวคือ หากทราบความสูงของบุคคลนั้นก็สามารถทราบความยาวของฝ่าเท้าได้ทันที

3.  ในขณะยืนรับน้ำหนักตัวเต็มที่นั้นนิ้วก้อยไม่สัมผัสกับพื้นถึงร้อยละ 20-30% ซึ่งแสดงว่านิ้วก้อยมิได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการยืนรับน้ำหนักอย่างนิ้วอื่น ๆ ของเท้าจำนวนไม่น้อย

4.  ส่วนกว้างสุดของรอยฝ่าเท้าตามแนวเฉียงระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วก้อยกับส่วนกว้างสุดบริเวณส้นเท้า มีอัตราส่วนประมาณ 1.8:1 ความสัมพันธ์อันนี้น่าจะนำมาเป็นประโยชน์ในการออกแบบรองเท้า กล่าวคือ ควรให้มีความกว้างสุดตามแนวเฉียงระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วก้อยมีความกว้าง 1.8 เท่าของความกว้างสุดส้นเท้า ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการบีบบังคับฝ่าเท้าโดยเฉพาะขณะเดินหรือวิ่ง

5.  ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างส่วนสูงของความโค้งของฝ่าเท้ากับน้ำหนักตัวของผู้นั้น ฉะนั้น ความเชื่อที่ว่าคนอ้วนมักมีอุ้งฝ่าเท้าแบบนั้นจึงไม่เป็นจริงเสมอ

 รองเท้าสำหรับเล่นกีฬาหรือวิ่งที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

1.  ควรพอดี (ฟิต) เป็นสิ่งสำคัญสิ่งแรกที่สุดที่ต้องเลือกสวมร้องเท้าที่พอดี ไม่แคบ ไม่บีบรัดส่วนใดของเท้า รองเท้าที่ผิด ๆ มักจะยาวและแคบ ทำให้บีบรัดส่วนกว้างที่สุดของฝ่าเท้าและเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือวิ่งได้

2.  เชือกรัดรองเท้า ควรอยู่ตรงกลาง และปล่อยส่วนปลายเท้าให้ว่างเว้นไว้จะดีกว่าใช้เชือกรัดรองเท้ายาวจากปลายมาตลอด ถึงแม้จะปรับความพอดีของเท้าได้ แต่เมื่อวิ่งนาน ๆ หรือระยะไกล การเสียดสีของเชือกบริเวณปลายเท้า ส่วนที่เขย่งเมื่อเล่นกีฬาหรือวิ่งจะทำให้ผิวหนังพุพองได้

3.  ส่วนหุ้มส้นเท้าที่ยกสูงขึ้นมาควรมีหรือไม่ ขณะวิ่งเมื่อเขย่งเท้าโดยข้อเท้ากระดกลงจะทำให้ส่วนที่ยื่นบนหลังส้นเท้านั้นกดที่เอ็นร้อยหวายพอดี เมื่อเล่นกีฬาหรือวิ่งนาน ๆ ทำให้เกิดการอักเสบของตัวเอ็น หรือปลายหุ้มเอ็นของเอ็นร้อยหวายได้เมื่อมีปัญหาเช่นนี้ให้ตัดออกเสียเลย

4.  พื้นรองเท้า พื้นส้นเท้าสำหรับนักกีฬาหรือนักวิ่งต้องกลม เพราะส้นเท้าเรากลม ถ้าไม่ฟิตพอดีทำให้ไม่มีความมั่นคงของส้นเท้า จะเกิดการบาดเจ็บตามมา และเจ็บหลัง ส้นเท้าควรแข็งและแน่นเพื่อความมั่นคงของส้นเท้าเช่นกัน

5.  พื้นรองเท้า พื้นชั้นในที่รองรับฝ่าเท้าควรนิ่ม และยืดหยุ่น และมีส่วนนูนรับอุ้งเท้า เพื่อให้ฟิตพอดี พื้นด้านนอกแข็งแต่บริเวณกึ่งกลางควรยืดหยุ่นและหักงอได้และมีที่ยึดพื้นได้ดี (ไม่ราบเรียบจนลื่น)

6.  พื้นรองเท้าบริเวณส้นเท้าอาจเฉียงขึ้น เพื่อความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวการก้าวเท้าขณะเล่นกีฬาหรือวิ่ง

7.  รองเท้าสำหรับเล่นกีฬาหรือวิ่งควรมีส้นสูงเล็กน้อยประมาณ 2 เซนติเมตร ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาการทำงานของเอ็นร้อยหวาย และกล้ามเนื้อต้นขา

8.  วัสดุที่ห่อหุ้มรองเท้า ไม่ควรแข็ง เพราะจะเกิดการเสียดสี ทำให้ร้อนและผิวหนังพองได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังผ้าใบหรือไนล่อนควรยืดหยุ่นนิ่มและระบายความร้อนได้ดี

9.  น้ำหนักรองเท้าถ้าหนักก็มีความมั่นคงดีแต่วิ่งได้ช้า ดังนั้น การเลือกใส่นอกจากความพอใจในน้ำหนักความพอดีแล้ว เมื่อแข่งขันใช้น้ำหนักเบาก็จะทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น

เมื่อใส่รองเท้าเล่นกีฬาหรือวิ่งแล้ว ควรตรวจดู และซ่อมแซมการชำรุดสึกหรอเพื่อไม่ให้ผิดรูปไปทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย


จาก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอังคาร 13 เมษายน 2547
คอลัมน์หมอสนาม
โดย น.พ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ และคณะ
สาขาเวชศาสตร์การกีฬา
ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล
 

ติดต่อเรา
© 2000-2015 Pyramid Tennis Academy