Banner  
   Home  |  FAQs  |  Send Enquiries ค้นหา      Shopping cart  .  English version  

Return to Home Page

Location: Resource Center \ Coaching \ วิธีการเล่น (Tactics) \ 5 Ball Control

 Up..
5   B a l l   C o n t r o l


การตีบอลให้แน่นอน และการตีบอลให้แรงและให้ลงนั้น น่าจะเป็นเรื่องเดียวกันคือ เริ่มต้นในการฝึกซ้อม เราจะเน้นที่การควบคุมลูกบอล (Control) คือการตีลูกบอลให้แน่นอน ไม่เสียเองง่ายๆ ต่อจากนั้นเราจะพัฒนานักกีฬาให้ตีลูกบอลแรงขึ้นและจะต้องมีความแน่นอนอยู่ด้วย นักเทนนิสอาชีพสามารถตีลูกบอลได้แน่นอน รุนแรงและแม่นยำ

คำถามคือต้องฝึกซ้อมอย่างไร จึงจะสามารถตีลูกบอลได้แน่นอนและรุนแรง

ทุกครั้งที่เราตีลูกเทนนิส เราจะมีจุดหมายในใจเสมอว่าเราจะตีลูกเมื่อไหร่ (When to hit the ball) และตีลูกไปที่ไหน (Where to hit the ball to) ซึ่งส่วนใหญ่เราด้องการตีลูกให้พ้นเน็ตและไม่ออกจากเส้น (ทั้งเส้นหลังและเส้นข้าง) อย่างไรก็ตามในขณะแข่งขัน ทุกครั้งที่ตีลูก เรายังมีเป้าหมายอื่นๆ อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับฝีมือ สถานะการณ์ ตำแหน่งของผู้เล่นในสนาม หรือความยากง่ายของลูกบอลที่ฝ่ายตรงข้ามตีมา ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการตีลูกบอลแต่ละครั้งสามารถสรุปได้ดังนี้
1.  ทิศทาง (Direction)
2.  ความสูงของลูก (Height)
3.  ความลึกของลูก (Distance/Depth)
4.  การหมุนของลูก (Spin)
5.  ความเร็วของลูก (Speed)

ทั้ง 5 ข้อ เราเรียกว่า หลักการควบคุมลูก 5 ประการ (5 Ball Control)

ทิศทางของลูก (Direction)
ทิศทางของลูกที่ถูกตีออกไป ดูได้จากมุมของหน้าไม้ในขณะที่กระทบลูก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะมีอยู่ 5 ทิศทางคือ
-  ซ้าย
-  ขวา
-  บน
-  ล่าง
-  ตรง


  ข้อมือหัก (Cock) ในจังหวะที่   ข้อมือแบะไปข้างหลัง (Laid    ข้อมือแบะไปข้างหลัง (Laid
  ไม้กระทบลูกบอล ทำให้ลูก     Back) พอดี ทำให้ลูกบอล       Back) มากเกินไป ทำให้ลูก
  บอลไปทางซ้าย                   ไปในทิศทางที่ต้องการ           บอลไปทางขวา

ความสูงของลูก (Height)
ความสูงของลูกที่ตีออกไปสามารถพิจารณาได้จาก
-  มุมของหน้าไม้ในแนวดิ่ง (Vertical Angle) ในขณะที่กระทบลูก
-  ความชัน (Slope) ของทางเดินของไม้
-  ความเร็วของไม้ (Speed) ในขณะกระทบลูก


  หน้าไม้เปิดมาก ลูกจะโด่งขึ้น   หน้าไม้ปิด ลูกจะต่ำลงหรือติดเน็ต

ตำแหน่งที่ไม้กระทบลูกบอล (Contact Point) จะมีผลต่อทิศทางของลูกบอลที่ถูกตีออกไป ซึ่งสามารถพิจารณาเป็น 3 มิติดังนี้
-  ความสูง (จากพื้น – Height of the Ball) ของลูกบอลในขณะที่ไม้กระทบ
-  ความห่าง (จากด้านข้างลำตัว – Width of the Ball) ลูกบอลในขณะที่ไม้กระทบ
-  ความห่าง (จากด้านหน้าลำตัว – Depth of the Ball ) ของลูกบอลในขณะที่ไม้กระทบ (เร็ว/ช้า)


         Continental Grip                    Eastern Grip                  Semi-Western Grip                  Western Grip

ความลึกของลูก (Distance/Depth)
สามารถพิจารณาได้จาก
-  ความสูงหรือความโค้ง (Trajectory) ของลูกบอล
-  ความเร็วของลูกบอล (Speed) – ที่ความสูงที่เท่ากัน ถ้าลูกบอลยิ่งเร็วเท่าใด ระยะทางก็จะไกลเท่านั้น
-  การหมุนของลูกบอล (Spin) – ลูกท็อปสปินจะทำให้ลูกโค้งตกเร็วกว่าลูกแฟล็ตหรือลูกสไลซ์ ส่วนลูกสไลซ์จะทำให้ลูกลอยและตกไกลขึ้น


                      ยิ่งตีลูกสูงจากเน็ตมากขึ้น ลูกก็ยิ่งจะตกลึกใกล้เส้นหลังมากขึ้น

การหมุนของลูก (Spin)
องค์ประกอบที่ทำให้ลูกหมุนมาก/น้อย มีดังนี้
-  วงสวิงและทางเดินของไม้ ยิ่งทางเดินของไม้มีความชัน (Steep) มาก การหมุนของลูกก็จะมากขึ้น
-  ความเร็วของไม้ในขณะกระทบลูกบอล
-  มุมของหน้าไม้ในขณะกระทบลูก


         Heavy Topspin                         Moderate Topspin

ความเร็วของลูก (Speed)
ปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกบอลที่ตีออกไปมีความเร็วมาก/น้อยนั้นคือความเร็วของหน้าไม้ในขณะที่กระทบลูกบอล ถ้าไม้มีความเร็วมาก ลูกที่ตีออกไปก็จะมีความเร็วมาก

ความเร็วของไม้นั้นขึ้นกับ
-  ระยะทางที่ไม้เดินทางทั้งก่อนและหลังไม้กระทบลูกบอล
-  ความต่อเนื่องของวงสวิงและความเร็วของการสวิงไม้ ทั้งการสวิงไม้ไปข้างหลัง (Backswing) และการเหวี่ยงไม้มาตีลูกบอล (Forward swing) รวมทั้งการใช้น้ำหนักในการตีลูกบอล
-  การประสานการทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เหมาะสม (Co-ordination) เช่นการไม่เกร็งกล้ามเนื้อในขณะตีลูกบอล หรือความสามารถในการตีลูกได้ถูกกลางหน้าไม้ เป็นต้น
นอกจากนี้ความเร็วของลูกบอลที่ฝ่ายตรงข้ามตีมาและวัสดุที่นำมาทำไม้เทนนิสก็มีผลต่อความเร็วของลูกด้วย
ให้นักเทนนิสจำไว้ว่า Spin = Control เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะตีลูกให้แรงและลง ลูกที่ตีไปจะต้องมีการหมุน (Topspin หรือ Slice) ถ้าตีแรงโดยไม่ใส่ Spin หรือตีเป็นลูกแฟลต ส่วนมากลูกจะติดเน็ตหรือออกเส้นหลัง

การฝึกตีให้แน่นอน ตามความสำคัญแล้ว ควรเริ่มจาก
1.  การควบคุมทิศทางของลูก หัดตีลูกให้แน่นอน ไม่ใช่การตีให้แรง
2.  เมื่อเราควบคุมทิศทางได้แล้ว ให้เริ่มฝึกตีลูกให้ลึก โดยตีลูกให้สูงจากเน็ต (ความสูงจะทำให้ลูกตกลึกขึ้น)
3.  เพิ่มความแรงของลูก ซึ่งถ้าตีลูกสูงจากเน็ตและแรง ลูกก็จะออก เพราะฉะนั้นควรฝึกตีลูกให้เป็นท็อปสปิน เพื่อให้ลูกม้วนตกลงพื้นเร็วขึ้น

การฝึกการควบคุมทิศทางและตีลูกให้แน่นอน
-  จับกริ๊ปที่เหมาะสม
-  วงสวิง, จุดกระทบบอลที่แน่นอน และการส่งไม้ (Follow Through)
-  รักษาหน้าไม้ ให้แน่นอน

การฝึกตีลูกให้ลึก
-  กำหนดเป้าหมายในการตี เช่นกำหนดพื้นที่สำหรับให้ลูกตก ประมาณ 6-10 ฟุต จาก Baseline เข้ามา
-  หัดตีลูกให้สูงจากเน็ต อย่างน้อยประมาณ 6 ฟุต สำหรับการ Rally
-  หัดตีโต้ให้ได้ 10-15 ครั้งโดยไม่เสีย ทั้ง Cross Court และ Down the Line
-  หัดวิ่งตีโต้ 2 ต่อ 1 โดยให้ฝ่ายที่ยืน 2 คนตี Down the Line และฝ่ายหนึ่งที่อยู่คนเดียวตี Cross Court และต้องกำหนดเป้าหมาย เพื่อการตีที่แม่นยำ


                    แบบฝึกตีลูก Cross Court                                                   แบบฝึกตี 2-1

การฝึกตีลูกให้แรงและมี spin
-  ใช้กริ๊ปที่เหมาะสม เช่น Forehand ควรใช้กริ๊ป Eastern, Semi-Western หรือ Western กริ๊ป
-  ในการตีสโตรคต่างๆ เช่น FH, BH, Serve ตามหลัก Bio-Mechanics
-  มั่นใจว่าทางเดินของไม้จะเป็น ต่ำ-ไป-สูง สำหรับการตีลูกท็อปสปิน และ สูง-ไป-ต่ำ สำหรับการตีลูกสไลซ์
 

ติดต่อเรา
© 2000-2015 Pyramid Tennis Academy