Home  |  FAQs  |  Send Enquiries ค้นหา      Shopping cart  .  English version  

Return to Home Page

Location: Resource Center \ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกีฬาเทนนิส \ ระบบฮอว์คอาย (Hawk Eyes System)

 Up..


เป็นที่พูดคุยถกเถียงกันมายาวนานทีเดียวสำหรับประเด็นเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการตัดสินกีฬาชนิดหนึ่งๆ เพื่อลดอัตราความ **ผิดพลาด** อันเกิดจาก **กรรมการ** ซึ่งมีมาให้แฟนๆ และนักกีฬาหงุดหงิดหัวใจกันบ่อยๆ

แม้จะยอมรับว่าความผิดพลาดเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งรวมถึงเป็น **สีสัน** ของเกมการแข่งขัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าหากจะมีวิธีใดที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎ กติกา มารยาท โดยไม่ต้องมาก่นด่ากันตอนหลังแล้ว ก็น่าจะนำวิธีนั้นมาใช้เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมจะดีกว่า

...ยิ่งกับวงการเทนนิสโลกซึ่งปัจจุบันวิวัฒนาการเป็น "พาวเวอร์เกม" ที่หวดกันหายด้วยความเร็ว 160-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งเกินสายตามนุษย์ธรรมดาจะตามทันด้วยแล้ว ต้องถือว่าวิทยาการเหล่านี้จำเป็นไม่น้อยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ **สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ)** จึงอนุมัติให้นำเทคโนโลยี **ฮอว์คอาย** มาประกอบการตัดสินว่าลูกลงหรือไม่ลง ...ว่ากันง่ายๆ ก็คือมาเป็น "ไลน์แมนดิจิตอล" ในคอร์ตเทนนิสนั่นเอง!

สำหรับระบบฮอว์คอายนั้น ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2001 โดย **ดร.พอล ฮอว์กินส์** ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ฮอว์คอาย ในอังกฤษ โดยมีการนำมาใช้ในวงการโทรทัศน์เป็นครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2001 เพื่อรีเพลย์ภาพการแข่งขันคริกเก็ตระหว่างทีมปากีสถานกับอังกฤษ (แต่ไม่ได้ใช้ประกอบคำตัดสินของกรรมการ) และเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในปีถัดมา

หลังจากมีผู้นำระบบฮอว์คอายมาใช้อย่างแพร่หลายในวงการโทรทัศน์ปีถัดมา ในที่สุดฮอว์คอายก็ได้รับรางวัลสำคัญของวงการโทรทัศน์ 2 รางวัล คือ รางวัลเอ็มมี่ของสหรัฐอเมริกา และรางวัลของราชสมาคมด้านกิจการโทรทัศน์ของอังกฤษ ในฐานะนวัตกรรมดีเด่นทางเทคโนโลยี เมื่อปี 2003

ไอทีเอฟอนุมัติให้นำระบบดังกล่าวมาเป็นผู้ช่วยของอัมไพร์ตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่มีการทดลองใช้ในรายการทัวร์ ออฟ แชมเปี้ยนชิพ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะนำมาใช้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในรายการ **แนสแด็ก-100 โอเพ่น** เมื่อเดือนมีนาคม โดยปฏิกิริยาแรกสุดของนักเทนนิสชั้นนำหลายคนทันทีที่ทราบข่าวนี้มีทั้งชมทั้งติ แต่ส่วนใหญ่จะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับแนวคิดนี้นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **โรเจอร์ เฟเดอเรอร์** นักเทนนิสมือ 1 ของโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่ามันจะดีก็ต่อเมื่อระบบได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าถูกต้องแม่นยำจริงๆ แล้วเท่านั้น และการที่เกมต้องชะงักอยู่เป็นระยะๆ ก็คงทำให้อารมณ์และโมเมนตัมเกมของเขาสะดุดไปไม่น้อยทีเดียว

...จะอย่างไรก็แล้วแต่ คอมเมนต์ดังกล่าวก็ผ่านมายาวนานแล้ว และไม่ได้มีอิทธิพลใดๆ ต่อการเดินหน้าใช้ระบบฮอว์คอายแต่อย่างใด ในทางตรงข้าม ดูท่าว่านักหวดทั้งหลายจะปรับตัวเข้ากับกติกาใหม่นี้ได้พอสมควรแล้วด้วย

เพราะจนถึงขณะนี้ จากที่มีการนำระบบฮอว์คอายมาใช้ในรอบ 6 สัปดาห์ของฤดูกาลแข่งขันฮาร์ดคอร์ตก่อนหน้าศึก **ยูเอสโอเพ่น** แกรนด์สแลมสุดท้ายของปีจะเปิดฉาก ปรากฏว่ามีนักเทนนิสขอให้อัมไพร์ทบทวนการตัดสินโดยใช้ระบบฮอว์คอายมากถึง 839 ครั้ง และมีการเปลี่ยนคำตัดสินภายหลังชมภาพรีเพลย์จากฮอว์คอายแล้วถึง 327 ครั้งด้วยกัน

นักหวดชายจะมีสถิติการประท้วงคำตัดสิน 3.1 ครั้งต่อนัด และประสบความสำเร็จในการประท้วง 41 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นักเทนนิสหญิงจะประท้วงคำตัดสิน 2.3 ครั้งต่อนัด และประสบความสำเร็จ 36 เปอร์เซ็นต์

**อาร์เลน คันตาเรียน** ผู้อำนวยการฝ่ายเทนนิสอาชีพของสมาคมเทนนิสแห่งสหรัฐอเมริกา แสดงความเห็นว่า "ผมว่าระบบนี้ไปได้สวยนะครับ เพราะมันทำให้นักเทนนิสรู้สึกว่าไม่ต้องรับมือกับคู่แข่งตั้ง 2 คน (คือฝ่ายตรงข้ามและกรรมการ) และถ้ามองในแง่หนึ่ง ก็แสดงให้เห็นว่ากรรมการเส้นของเราทำหน้าที่ถูกต้องเสียเป็นส่วนใหญ่นะ"

สำหรับกฎคร่าวๆ ในการใช้ระบบฮอว์คอายนั้น ผู้เล่นแต่ละคนจะมีสิทธิประท้วงคำตัดสินของกรรมการได้ 2 ครั้ง ใน 1 เซ็ต (เพิ่มพิเศษเฉพาะช่วงไทเบรกอีก 1 ครั้ง) และจะเสียสิทธิในการประท้วง 1 ครั้งทันที หากผลการรีเพลย์ภาพโดยฮอว์คอายยืนยันว่าคำตัดสินของกรรมการถูกต้องแล้ว

ทุกครั้งที่มีการประท้วง จะมีการฉายภาพรีเพลย์แบบที่เราเห็นในทีวีให้อัมไพร์ ผู้เล่น และแฟนๆ ในสนามได้ชมพร้อมๆ กัน

สำหรับศึกยูเอสโอเพ่นหนนี้ เฉพาะที่สนามอาร์เธอร์แอช สเตเดียม ซึ่งเป็นคอร์ตหลัก มีการติดตั้งกล้องจับภาพของฮอว์คอายไว้รอบสนามรวม 10 ตัวด้วยกัน กล้องแต่ละตัวจะเชื่อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุมเป็นภาพจุดตกของลูกจากมุมต่างๆ จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังคอมพิวเตอร์กลางที่ทำหน้าที่ประมวลผลออกมาเป็นวิถีโค้ง 3 มิติ แล้วจึงส่งข้อมูลดังกล่าวต่อไปยังคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างภาพจำลองขึ้นมา เพื่อนำออกฉายขึ้นจอภาพขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดสูง รวมขั้นตอนเหล่านี้กินเวลาราว 6-8 วินาทีเท่านั้น

ด้วยระบบดังกล่าวที่เสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งราว 15,000-20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 600,000-800,000 บาท) ต่อ 1 คอร์ต ต่อ 1 สัปดาห์ ทำให้หลายคนมั่นใจว่าฮอว์คอายมีความถูกต้องแม่นยำในระดับที่ไว้ใจได้ทีเดียว

...เมื่อเป็นเช่นนี้ปัญหาในการใช้ระบบจึงไม่น่าจะอยู่ที่ว่าฮอว์คอายจะทำให้มั่นใจได้มากน้อยขนาดไหน แต่น่าจะอยู่ที่ความกล้าเสี่ยงหรือจังหวะเวลาในการเลือกประท้วงกรรมการเสียมากกว่า

เนื่องจากกติการะบุให้นักเทนนิสมีโอกาสขอดูภาพรีเพลย์ได้เพียง 2 ครั้งต่อเซ็ต นักเทนนิสจึงต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกประท้วงเมื่อไร เพราะไม่มีใครบอกได้ว่า จะมีปัญหากับแต้มที่สำคัญยิ่งกว่า และมีผลกับเกมการแข่งขันมากกว่าแต้มที่มีปัญหา ณ เวลาปัจจุบัน เกิดขึ้นหรือไม่นั่นเอง

นักเทนนิสดังในอดีตอย่าง **จอห์น แม็คเอนโร จิม คูเรียร์** และ **แมรี่ คาริลโล่** ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่น่าจะมาจำกัดสิทธิกันอย่างนี้ ขณะที่คันตาเรียนบอกว่า "ให้มันเป็นไปอย่างนี้แหละดีแล้ว เพราะไม่งั้น เทนนิสก็จะเป็นเกมของเครื่องจักร และไม่ต้องใช้ไลน์แมนอีกต่อไปน่ะสิ"

เช่นเดียวกับ **เทรซี่ ออสติน** อดีตแชมป์แกรนด์สแลมหลายสมัยที่แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า "ถ้าคุณเปิดโอกาสให้นักเทนนิสประท้วงได้ไม่จำกัด มีหวังได้ประท้วงกันข้ามวันแน่ๆ ค่ะ!"

...เผลอๆ ต้องเพิ่มการแข่งขันออกไปอีกหลายวันเลยละนี่!!


จากหนังสือพิมพ์มติชน
วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10400
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01spo13310849&day=2006/08/31
 

ติดต่อเรา
© 2000-2015 Pyramid Tennis Academy